← ดูหนังสือทั้งหมด
รักได้ไม่ต้องจน เล่ม 1: ลูกกตัญญูที่ไม่จน - เลิกรู้สึกผิดทุกครั้งที่พ่อแม่ขอเงิน วางแผนดูแลท่านโดยไม่ทำให้ตัวเองล้ม
รักได้ไม่ต้องจน

รักได้ไม่ต้องจน เล่ม 1: ลูกกตัญญูที่ไม่จน - เลิกรู้สึกผิดทุกครั้งที่พ่อแม่ขอเงิน วางแผนดูแลท่านโดยไม่ทำให้ตัวเองล้ม

โดย นลิน จิรพงษ์ · WealthBalance.co

#รักได้ไม่ต้องจน#กตัญญู#ครอบครัว#การเงิน

฿590

คุณเคยเห็นชื่อแม่ขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ แล้วใจหายวาบก่อนจะกดรับ เพราะกลัวว่าจะเป็นเรื่องเงินอีกครั้งไหม?

เมื่อพ่อแม่ขอเงิน แล้วคุณต้องกลั้นหายใจก่อนตอบ

สมมติคุณอายุ 32 ปี เงินเดือน 38,000 บาท ทุกต้นเดือนโอนให้ที่บ้าน 10,000 บาท จ่ายค่าเช่าห้อง 8,500 บาท ผ่อนบัตรเครดิตอีก 4,000 บาท เงินที่เหลือต้องใช้ให้พอทั้งเดือนโดยไม่มีเงินเก็บสักบาท

แล้ววันที่ 18 แม่โทรมาบอกว่าหลังคาบ้านรั่ว ช่างตีราคา 15,000 บาท คุณตอบว่า "ได้แม่ เดี๋ยวโอนให้" ทั้งที่ในบัญชีเหลือ 6,200 บาท คืนนั้นคุณกดเงินสดจากบัตรเครดิตอีก 8,800 บาทมาโอนให้ครบ แล้วนอนคำนวณดอกเบี้ยจนเกือบเช้า

อีกบ้านหนึ่ง สมมติคุณเป็นพี่คนโตในพี่น้อง 3 คน ส่งเงินให้พ่อแม่เดือนละ 12,000 บาทมา 7 ปีเต็ม รวมแล้วเกิน 1,000,000 บาท ขณะที่เงินเก็บของตัวเองมีไม่ถึง 30,000 บาท น้องอีกสองคนไม่เคยถูกถามเรื่องนี้ เพราะทั้งบ้านเข้าใจตรงกันไปแล้วว่า พี่คนโตรับไหว

ถ้าอ่านแล้วเห็นตัวเองอยู่ในนั้น คุณน่าจะคุ้นกับอาการพวกนี้

  • เปิดแอปธนาคารดูยอดเงินก่อนโทรกลับหาที่บ้านทุกครั้ง
  • โอนเงินไปก่อน แล้วค่อยมานั่งคิดทีหลังว่าเดือนนี้จะอยู่ยังไง
  • ไม่กล้าบอกใครว่าตัวเองไม่มีเงินเก็บ เพราะกลัวถูกมองว่าเห็นแก่ตัว
  • รู้สึกผิดทั้งตอนที่ให้ และตอนที่คิดจะไม่ให้

สิ่งที่เสียไปมากกว่าเงิน

ให้จนหมดหน้าตักทุกเดือน ก็เท่ากับยืมเงินตัวเองในอนาคตมาใช้ก่อน เงินฉุกเฉินก็เลยไม่เคยได้เริ่ม เงินเกษียณยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถ้าเดือนไหนตกงานหรือป่วยขึ้นมา ก็ไม่มีอะไรรองรับ

ถ้าคนที่แบกทั้งบ้านล้มลง พ่อแม่ที่คุณตั้งใจดูแลก็ลำบากไปด้วย

และถ้าวันหนึ่งคุณแก่ตัวลงโดยไม่มีเงินเก็บ คนที่ต้องรับช่วงต่อก็คือคนรุ่นถัดไปในบ้าน เรื่องที่เริ่มจากความรักก็วนกลับมาที่เดิมอีกรุ่นหนึ่ง ทั้งที่ไม่มีใครในบ้านอยากให้เป็นแบบนั้น

นี่ไม่ใช่ความผิดของคุณ

อาการใจหายเมื่อพ่อแม่ขอเงิน ไม่ได้แปลว่าคุณเป็นลูกอกตัญญู มันกำลังบอกว่าเงินเดือนก้อนเดียวของคุณแบกสองบ้านอยู่ และแบกมานานเกินไปแล้ว

เราโตมากับคำสอนว่าลูกที่ดีต้องตอบแทนบุญคุณ แต่ไม่มีใครสอนว่าต้องตอบแทนเท่าไร นานแค่ไหน และต้องเหลือไว้ให้ตัวเองเท่าไร พอไม่มีใครบอกตัวเลข คนที่ใจอ่อนกับที่บ้านที่สุดก็กลายเป็นคนที่จ่ายหนักที่สุด

ฝั่งพ่อแม่เองก็ไม่ได้เป็นผู้ร้าย หลายท่านทำงานหนักมาทั้งชีวิตโดยไม่เคยมีใครชวนคุยเรื่องแผนเกษียณ ลูกก็เลยเป็นแผนเดียวที่ท่านมี เรื่องนี้โทษใครไม่ได้ ทั้งบ้านแค่ยังไม่เคยนั่งคุยและวาง ระบบเรื่องเงินร่วมกัน สักครั้ง

ทำไมคำแนะนำที่ได้ยินบ่อยถึงไม่ได้ผล

คุณน่าจะเคยได้ยินสามประโยคนี้มาแล้ว

  • "ให้ไปเถอะ เดี๋ยวบุญก็กลับมาเอง" ฟังแล้วอุ่นใจ แต่ไม่ได้ช่วยให้เงินในบัญชีพอใช้ถึงสิ้นเดือน
  • "ก็ปฏิเสธไปสิ" พูดง่าย แต่ความรู้สึกผิดหลังวางสายมักหนักกว่าเงินที่ไม่ได้โอน
  • "หารายได้เพิ่มสิ" ช่วยได้ชั่วคราว เพราะเมื่อไม่มีเพดาน รายได้ที่เพิ่มขึ้นก็ไหลออกทางเดิม

สามข้อนี้ขาดอย่างเดียวกัน คือไม่มีข้อไหนบอกว่าควรให้เท่าไร ถึงจะรอดไปด้วยกันทั้งบ้าน

มุมมองใหม่ ดูแลตัวเองให้ยืนได้ก่อน

รักได้ไม่ต้องจน เล่ม 1: ลูกกตัญญูที่ไม่จน โดย นลิน จิรพงษ์ ใช้หลักเดียวกับคำแนะนำความปลอดภัยบนเครื่องบิน คือ ใส่หน้ากากออกซิเจนให้ตัวเองก่อน แล้วค่อยช่วยคนข้างๆ เพราะคนที่ขาดอากาศไปก่อนช่วยใครไม่ได้ ต่อให้รักเขาแค่ไหนก็ตาม

อ่านเล่มนี้จบ คุณยังดูแลพ่อแม่เหมือนเดิม และท่านก็ขอได้เหมือนเดิม ที่เปลี่ยนคือคุณจะเลิกให้เพราะโดนกดดันตรงหน้า แล้วหันมาให้ตามแผนที่คุณวางไว้เอง

  • รู้ว่าแต่ละเดือนให้ได้เท่าไร โดยไม่ต้องกดบัตรเครดิต
  • รู้ว่าเงินก้อนไหนมีหน้าที่อะไร และก้อนไหนห้ามแตะ
  • รู้ว่าจะพูดกับท่านยังไง ให้ท่านยังรู้ว่าคุณรัก

เล่มนี้เป็นเล่มแรกของซีรีส์ รักได้ไม่ต้องจน และมีอยู่ในห้องสมุดของหอสมุดแห่งชาติกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง

ของห้าอย่างที่หยิบไปใช้กับที่บ้านได้มีตามนี้

📖 สิ่งที่คุณจะได้จากเล่มนี้

บทเรียนที่โรงเรียนไม่เคยสอน

1

ระบบ 3 บัญชี

รู้ทันทีว่าเดือนนี้ให้ที่บ้านได้เท่าไร เพราะเงินฉุกเฉิน เงินอนาคต และเงินส่งบ้านถูกแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด ไม่ต้องควักเงินเก็บหรือกดบัตรเครดิตมาโปะ

2

แยกความรู้สึกผิดของจริงกับของปลอม

หยุดตัดสินใจเรื่องเงินเพราะกลัวเป็นลูกไม่ดี เมื่อมองออกว่าความรู้สึกผิดก้อนไหนมาจากสิ่งที่ทำผิดจริง และก้อนไหนถูกสังคมปลูกฝังมา

3

บทพูดเจรจาเรื่องเงินกับพ่อแม่

ปฏิเสธหรือตั้งวงเงินได้โดยที่ท่านยังรู้ว่าคุณรัก ด้วยประโยคสำเร็จรูปที่หยิบไปพูดได้จริง

4

รับมือเมื่อโดนทวงบุญคุณ

คุมอารมณ์ได้เมื่อเจอคำพูดแทงใจ มีขั้นตอนให้ทำตามแทนการโต้กลับหรือยอมโอนเพื่อให้เรื่องจบ

5

แผนดูแลพ่อแม่ระยะยาว

เตรียมเรื่องประกันสุขภาพไว้ก่อนวันที่ท่านป่วย และชวนพี่น้องมาแบ่งภาระอย่างยุติธรรม

📚 มีในห้องสมุดขององค์กรและสถาบัน

หอสมุดแห่งชาติมหาวิทยาลัยรามคำแหง

🎯 หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคุณถ้า...

เช็กตัวเองก่อนซื้อ

✓

คุณเป็นคนเดียวในบ้านที่รับค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ และทุกสิ้นเดือนไม่เหลือเงินเก็บให้ตัวเอง

✓

คุณยังพอไหว แต่อยากตั้งเพดานเงินส่งบ้านให้ชัดก่อนที่พ่อแม่จะเกษียณหรือเริ่มป่วย

✓

คุณกำลังจะแต่งงานหรือมีลูก และเริ่มกังวลว่าจะดูแลสองครอบครัวพร้อมกันยังไง

💡 อ่านจบแล้วคุณจะ...

จากเดิมที่โอนไปก่อนแล้วค่อยกังวลทีหลัง ครั้งต่อไปที่ชื่อแม่ขึ้นบนหน้าจอ คุณจะกดรับโดยมีตัวเลขในใจอยู่แล้วว่าเดือนนี้ช่วยได้แค่ไหน และมีประโยคที่จะพูดกับท่านเตรียมไว้

ครั้งหน้าที่ชื่อแม่ขึ้นบนจอ กดรับได้โดยไม่ต้องกลั้นใจ เริ่มจากวางระบบ 3 บัญชีในเล่มนี้ก่อนเงินเดือนงวดหน้า

🧭 เล่มนี้เน้นอะไร

ลักษณะของเนื้อหา ไม่ใช่คะแนนคุณภาพ

  • ใช้จริง
  • ความง่าย
  • กลยุทธ์
  • รู้ทันความเสี่ยง
  • มองระยะยาว
  • เชิงเทคนิค
แต่ละด้านหมายถึงอะไร?

แถบนี้บอกว่าหนังสือเล่มนี้ให้น้ำหนักกับเรื่องไหนมากหรือน้อย เพื่อช่วยเลือกเล่มที่ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการ แถบสั้นไม่ได้แปลว่าไม่ดี แค่บอกว่าเล่มนี้ไม่ได้เน้นด้านนั้น · ประเมินโดยทีม WealthBalance.co

ใช้จริง
— มีขั้นตอนเรื่องเงินที่ลงมือทำได้ทันทีมากแค่ไหน
ความง่าย
— เหมาะกับคนที่ไม่มีพื้นฐานการเงินแค่ไหน — ค่าต่ำคือเหมาะกับคนมีพื้นฐานแล้ว
กลยุทธ์
— สัดส่วนเนื้อหาเรื่องการวางแผนและตัดสินใจทางการเงินเชิงกลยุทธ์
รู้ทันความเสี่ยง
— พูดถึงความเสี่ยง กับดัก และการป้องกันความเสียหายมากแค่ไหน
มองระยะยาว
— เน้นการสร้างความมั่งคั่งระยะยาวมากแค่ไหน เทียบกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
เชิงเทคนิค
— ลงรายละเอียดเครื่องมือ ตัวเลข หรือศัพท์การเงินมากแค่ไหน

พร้อมเริ่มต้นแล้ว?

รักได้ไม่ต้องจน เล่ม 1: ลูกกตัญญูที่ไม่จน - เลิกรู้สึกผิดทุกครั้งที่พ่อแม่ขอเงิน วางแผนดูแลท่านโดยไม่ทำให้ตัวเองล้ม

โดย นลิน จิรพงษ์ · WealthBalance.co

฿590

📚 หนังสืออื่นในซีรีส์ รักได้ไม่ต้องจน