ถ้ามีสายโทรมาตอนตีสองว่าพ่อล้มในห้องน้ำ คุณรู้ไหมว่าพ่อใช้สิทธิ์รักษาอะไร?
พ่อแม่สูงวัยล้มป่วยกลางดึก แล้วทุกอย่างต้องตัดสินใจในชั่วโมงเดียว
สมมติคุณไปถึงโรงพยาบาลเกือบตีสาม ตามรถพยาบาลที่พาพ่อวัย 71 มาก่อน ในมือมีถุงยาที่คว้ามาจากหัวเตียง ชื่อยาตัวเล็กจนอ่านไม่ออก เจ้าหน้าที่ถามติดกันสามข้อ พ่อใช้สิทธิ์อะไร แพ้ยาอะไรไหม ใครจะเซ็นรับผิดชอบค่าใช้จ่าย คุณตอบได้ข้อเดียว ข้อสุดท้าย
คืนนั้นคุณรูดบัตรเครดิตจ่ายมัดจำไป 30,000 บาท ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโรงพยาบาลนี้อยู่ในสิทธิ์ของพ่อหรือเปล่า แล้วก็นั่งหน้าห้องฉุกเฉิน ไล่โทรหาน้า หาป้า หาลูกพี่ลูกน้อง ถามทีละคนว่าพ่อกินยาอะไรอยู่ ไม่มีใครรู้ครบสักคน
อีกเรื่องเงียบกว่านั้น แม่วัย 68 เริ่มลืมว่าปิดแก๊สหรือยัง ลูกสามคนคุยในกลุ่มไลน์มาหลายเดือนว่าใครจะพาแม่ไปหาหมอ ข้อความยาวเป็นหน้า ไม่มีบรรทัดไหนเป็นข้อตกลง สุดท้ายคนบ้านใกล้สุดก็ลางานพาไปทุกนัด ค่าหมอค่ายาเดือนละ 9,000 บาท ยังไม่มีใครพูดเรื่องหารกัน
ลองเช็กดูตอนนี้ ข้อไหนตอบได้ทันทีบ้าง
- พ่อแม่ใช้สิทธิ์รักษาอะไร แล้วใช้ได้ที่โรงพยาบาลไหน
- ท่านมีเงินเก็บ ประกัน หรือหนี้ค้างอยู่เท่าไร
- ถ้าวันหนึ่งท่านต้องมีคนดูแลทุกวัน ใครในบ้านจะรับหน้าที่นั้น
- ในวันที่ท่านตัดสินใจเองไม่ได้แล้ว ท่านอยากให้ดูแลแบบไหน
ที่แพงกว่าค่าโรงพยาบาล คือข้อมูลของพ่อแม่ที่ไม่มีใครถือไว้
บางคำตอบมีอยู่ที่พ่อแม่คนเดียว และต้องถามตอนที่ท่านยังนั่งตอบเองได้
ไม่รู้ว่าพ่อแม่มีสิทธิ์อะไร บางรายการที่รัฐจ่ายให้ได้ คุณก็ควักเองไปก่อน ไม่รู้ว่าท่านมีหนี้ ก็ไปรู้เอาตอนต้องรับช่วงต่อ บางบ้านเจอหนี้ก้อนที่ท่านเก็บเงียบไว้เพราะเกรงใจลูก ตอนที่แก้ไม่ทันแล้ว เรื่องหนี้ถามยากที่สุด แต่ถ้าให้เลือกถามได้ข้อเดียว ควรเป็นข้อนี้
ส่วนเรื่องที่พี่น้องไม่เคยตกลงกัน มักไหลไปหาคนที่ปฏิเสธไม่เป็น เงินของเขากับวันลาค่อยๆ หายไปทีละนิด ปีหนึ่งผ่านไป สงกรานต์ที่บ้านก็เริ่มนั่งกินข้าวกันเงียบกว่าเดิม
ทำไมบ้านเราไม่ค่อยคุยเรื่องดูแลพ่อแม่สูงวัยกันตรงๆ
คุณไม่ได้ละเลยพ่อแม่ เรื่องนี้แค่ถามยากจริงๆ หลายบ้านโตมาแบบไม่ค่อยคุยเรื่องเงินกับผู้ใหญ่ ถามเรื่องทรัพย์สินก็กลัวท่านคิดว่าหวังมรดก ถามเรื่องวาระสุดท้ายก็กลัวเป็นลาง พอจะเปิดปากทีไร ก็กลืนกลับลงไปทุกที
ทางพ่อแม่ก็คิดไม่ต่างกัน หลายท่านไม่บอกว่าป่วย ไม่บอกว่ามีหนี้ เพราะไม่อยากเป็นภาระลูก สองฝ่ายเงียบใส่กันด้วยความหวังดี นานเข้า เรื่องใหญ่ของบ้านก็ไม่มีใครถือข้อมูลครบ แม้แต่คนที่กินข้าวเย็นกับท่านทุกวัน
รอถึงเวลา เก็บเงินไว้ก่อน หรือฝากพี่น้อง ทำไมยังไม่พอ
ที่เห็นบ่อย หลายบ้านพึ่งอยู่สามทางนี้
- "ไว้ถึงเวลาค่อยว่ากัน" เวลานั้นมักมาตอนตีสองหน้าห้องฉุกเฉิน ตอนที่ไม่มีใครคิดอะไรออก
- "เก็บเงินไว้เยอะๆ ก็พอ" เงินช่วยได้จริง แต่เงินไม่ได้บอกว่าพ่อแม่ถือสิทธิ์รักษาอะไรอยู่
- "เดี๋ยวพี่น้องก็ช่วยกันเอง" ถ้าไม่เคยตกลงกันให้ชัด ภาระมักไปกองอยู่ที่คนบ้านใกล้สุด
สามทางนี้ไม่ได้ผิดอะไร แค่ยังขาดกระดาษสักแผ่นที่ทุกคนในบ้านเห็นตรงกันว่าใครทำอะไร
วางแผนดูแลพ่อแม่ ตอนที่ทุกคนยังนั่งคุยกันได้
รักได้ไม่ต้องจน เล่ม 2 ของ นลิน จิรพงษ์ ชวนวางแผนการเงินและการดูแลผู้สูงอายุในบ้าน ตั้งแต่ตอนที่พ่อแม่ยังแข็งแรงดี แผนแบบนี้ต้องทำเสร็จก่อนวันที่ต้องใช้ พอวันนั้นมาถึงจริง ไม่มีใครเหลือแรงมานั่งวางแผนหรอก
เรื่องทั้งหมดนี้ไม่ต้องทำให้เสร็จในวันเดียว ถ้าต้องเลือกจุดเริ่ม สิทธิ์รักษาของพ่อแม่ถามง่ายที่สุด และใช้ได้ทันทีในคืนแบบนั้น
ค่อยๆ ไล่ไปทีละเรื่อง สุดท้ายบ้านคุณจะมีสามอย่างนี้
- ข้อมูลเงินและสิทธิ์รักษาของพ่อแม่ อยู่รวมกันในที่เดียว เปิดดูได้ทันทีแม้ตอนตีสอง
- ข้อตกลงกับพี่น้องว่าใครทำอะไร ใครออกเงินเท่าไร
- คำตอบจากปากพ่อแม่เองว่าอยากให้ดูแลแบบไหน
เล่มนี้อยู่ในซีรีส์รักได้ไม่ต้องจน และมีอยู่ในหอสมุดแห่งชาติกับห้องสมุดราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ด้วย
เครื่องมือในเล่มที่เอาไปใช้กับบ้านตัวเองได้
📖 สิ่งที่คุณจะได้จากเล่มนี้
บทเรียนที่โรงเรียนไม่เคยสอน
แบบสำรวจฐานะการเงินของพ่อแม่
รู้ว่าท่านมีอะไรอยู่แล้ว ขาดอะไรอยู่ ก่อนจะไปเจอเอาตอนฉุกเฉิน ด้วยแบบฟอร์ม The Asset Blueprint
บทพูดเปิดใจเรื่องเงินและสุขภาพ
มีประโยคแรกไว้ใช้บนโต๊ะกินข้าว ตอนจะถามเรื่องที่ไม่เคยกล้าถาม เป็นชุดคำพูดที่เตรียมไว้ไม่ให้ผู้ใหญ่รู้สึกเสียหน้าหรือเสียใจ
สิทธิ์รักษาพยาบาลของรัฐ
ใช้สวัสดิการที่พ่อแม่มีอยู่ให้คุ้มก่อนควักเงินตัวเอง รู้ว่าบัตรทอง ประกันสังคม กับสิทธิ์ข้าราชการ แต่ละแบบครอบคลุมอะไรบ้าง
ประชุมครอบครัว
แบ่งภาระกับพี่น้องให้แฟร์ คนที่บ้านอยู่ใกล้ไม่ต้องรับทั้งหมดคนเดียว มีวิธีจัดวงคุยในบ้านไว้ให้ด้วย
Living Will และการดูแลแบบประคับประคอง
รู้ความต้องการของท่านเรื่องวาระสุดท้ายไว้ก่อน วันที่ถามท่านไม่ได้แล้ว ลูกจะได้ไม่ต้องมานั่งเดาใจกันเอง
📚 มีในห้องสมุดขององค์กรและสถาบัน
🎯 หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคุณถ้า...
เช็กตัวเองก่อนซื้อ
คุณเป็นลูกคนเดียว และรู้อยู่แล้วว่าวันหนึ่งทุกเรื่องของพ่อแม่จะมาลงที่คุณ
คุณมีพี่น้อง แต่ยังไม่เคยมีใครเปิดปากว่าใครดูแล และใครจ่ายเท่าไร
คุณมีครอบครัวของตัวเองแล้ว อยากดูแลพ่อแม่ให้ดีโดยไม่ต้องไปดึงเงินของบ้านใหม่
💡 อ่านจบแล้วคุณจะ...
จากเดิมที่ตอบเจ้าหน้าที่ได้แค่ว่าใครจะจ่าย คุณจะมีข้อมูลสิทธิ์รักษา ทรัพย์สิน และหนี้ของพ่อแม่รวมอยู่ในที่เดียว ถ้ามีพี่น้อง ก็มีแผนติดมือไปชวนคุยว่าใครดูแลส่วนไหน
ถุงยาบนหัวเตียงพ่อยังวางอยู่ที่เดิม กินข้าวเย็นที่บ้านครั้งหน้า ถือเล่มนี้ไปด้วย แล้วถามท่านข้อแรกว่าใช้สิทธิ์รักษาอะไร
🧭 เล่มนี้เน้นอะไร
ลักษณะของเนื้อหา ไม่ใช่คะแนนคุณภาพ
- ใช้จริง
- มองระยะยาว
- กลยุทธ์
- รู้ทันความเสี่ยง
- ความง่าย
- เชิงเทคนิค
แต่ละด้านหมายถึงอะไร?
แถบนี้บอกว่าหนังสือเล่มนี้ให้น้ำหนักกับเรื่องไหนมากหรือน้อย เพื่อช่วยเลือกเล่มที่ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการ แถบสั้นไม่ได้แปลว่าไม่ดี แค่บอกว่าเล่มนี้ไม่ได้เน้นด้านนั้น · ประเมินโดยทีม WealthBalance.co
- ใช้จริง
- — มีขั้นตอนเรื่องเงินที่ลงมือทำได้ทันทีมากแค่ไหน
- มองระยะยาว
- — เน้นการสร้างความมั่งคั่งระยะยาวมากแค่ไหน เทียบกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
- กลยุทธ์
- — สัดส่วนเนื้อหาเรื่องการวางแผนและตัดสินใจทางการเงินเชิงกลยุทธ์
- รู้ทันความเสี่ยง
- — พูดถึงความเสี่ยง กับดัก และการป้องกันความเสียหายมากแค่ไหน
- ความง่าย
- — เหมาะกับคนที่ไม่มีพื้นฐานการเงินแค่ไหน — ค่าต่ำคือเหมาะกับคนมีพื้นฐานแล้ว
- เชิงเทคนิค
- — ลงรายละเอียดเครื่องมือ ตัวเลข หรือศัพท์การเงินมากแค่ไหน
พร้อมเริ่มต้นแล้ว?
รักได้ไม่ต้องจน เล่ม 2: แผนรับมือพ่อแม่สูงวัย (ดูแลผู้สูงอายุ และวางแผนการเงิน)
โดย นลิน จิรพงษ์ · WealthBalance.co
฿590
📖 อ่านต่อในซีรีส์ รักได้ไม่ต้องจน
📚 หนังสืออื่นในซีรีส์ รักได้ไม่ต้องจน
🔥 คนอ่านเล่มนี้มักอ่านด้วย
หนังสือที่เข้ากันกับ รักได้ไม่ต้องจน เล่ม 2






