ถ้าเดือนหน้ารายได้ของบ้านหายไปครึ่งหนึ่ง เงินที่มีอยู่ตอนนี้จะพาทั้งบ้านไปได้อีกกี่เดือน?
วิกฤตเงินสดในบ้าน มักเริ่มจากเดือนที่รายได้หาย
สมมติเย็นวันศุกร์ คนที่หาเงินเข้าบ้านเดือนละ 35,000 บาท เดินเข้าบ้านมาพร้อมกล่องกระดาษใส่ของจากโต๊ะทำงาน ถูกเลิกจ้าง มีผลสิ้นเดือนนี้ ส่วนค่าผ่อนบ้าน ค่างวดรถ กับบัตรเครดิต ยังมาตรงเวลาเหมือนเดิมทุกใบ
เงินเดือนของอีกคนไม่พอจ่าย ขาดอยู่เดือนละ 24,000 บาท เงินเก็บมี 90,000 ไม่ถึงสี่เดือนก็หมด แต่ตัวเลขนี้ยังไม่มีใครเอ่ยออกมาสักคน ต่างคนต่างนอนไม่หลับอยู่คนละฝั่งเตียง เช้ามาก็หงุดหงิดใส่กันเรื่องใครลืมปิดแอร์
หรือสมมติว่าคุณมีหนี้ 4 ก้อน บัตรเครดิต 2 ใบ สินเชื่อส่วนบุคคล กับค่างวดรถ ขั้นต่ำรวมกันเดือนละ 19,000 บาท พอรายได้ลด คุณเริ่มกดเงินสดจากบัตรใบหนึ่งไปจ่ายอีกใบ เบอร์ธนาคารอยู่ในมือถือ แต่ยังไม่กล้าโทร เพราะไม่รู้ว่าประโยคแรกต้องพูดว่าอะไร
ช่วงที่เงินเริ่มไม่พอ อาการมักออกมาประมาณนี้
- เปิดแอปธนาคารดูยอดวันละหลายรอบ ยอดก็เท่าเดิม
- เลื่อนจ่ายบิลไปก่อน โดยไม่รู้ว่าใบไหนเลื่อนได้จริง
- เห็นเบอร์แปลกโทรเข้า แล้วปล่อยให้ดังจนตัดไปเอง
- คุยเรื่องเงินกับคนข้างๆ ทีไร จบที่โทษกันทุกที
ถ้าปล่อยไว้ ของที่หายไปพร้อมเงินสดคือความเชื่อใจ
เรื่องที่บ้านกลัวที่สุดตอนเงินขาด มักเป็นเรื่องที่ยังไม่มีใครกล้าพูดออกมาดังๆ
พอไม่มีแผน เงินที่เหลือจะไหลไปหาบิลที่ทวงเสียงดังที่สุดก่อน บิลที่สำคัญกว่าแต่เงียบกว่าก็ตกไปอยู่ท้ายแถว ส่วนหนี้ที่ปล่อยให้ผิดนัดไปเฉยๆ โดยยังไม่ได้คุยกับธนาคารสักคำ จะติดอยู่ในประวัติเครดิตของคุณไปอีกนาน
แต่ส่วนที่หนักที่สุดคือเรื่องของคนสองคน คนหนึ่งรู้สึกผิดที่หาเงินไม่ได้ อีกคนรู้สึกว่าแบกอยู่คนเดียว ไม่มีใครพูดออกมา มันก็เลยไปโผล่เป็นเรื่องจานในอ่างแทน พอได้นั่งดูตัวเลขชุดเดียวกัน เรื่องยากอย่างขายรถหรือย้ายบ้าน ก็พอจะเริ่มคุยกันได้โดยไม่ต้องโทษใคร
ดูแลเงินดีมาตลอด ทำไมยังตั้งหลักไม่ทันตอนรายได้หาย
ถ้ากำลังโทษตัวเองอยู่ วางไว้ก่อนนะ ตั้งหลักไม่ทัน ไม่ได้แปลว่าคุณใช้เงินไม่เป็น เรื่องเงินที่เราได้ยินกันมาเกือบทั้งหมด พูดถึงวันที่เงินเดือนยังเข้าตรงเวลา ออมยังไง ลงทุนอะไร แทบไม่มีใครบอกว่าวันที่เงินเดือนไม่เข้า ต้องทำอะไรก่อน อะไรทีหลัง
แล้วความเครียดก็ทำให้หัวไม่แล่นด้วย คนที่ยังไม่รู้ว่าค่างวดเดือนนี้จะเอาจากไหน จะให้มานั่งวางแผนสามเดือนข้างหน้าก็ยากอยู่ ใครเจอแบบนั้นก็คิดอะไรไม่ออกเหมือนกัน ตอนหัวตื้อแบบนี้ มีขั้นตอนเขียนไว้ให้ทำตาม ง่ายกว่านั่งคิดเองเยอะ
กู้มาโปะ ประหยัดทุกอย่าง รองานใหม่ ทำไมหนี้ยังยืดออกไป
ตอนเงินเริ่มไม่พอ หลายบ้านเลือกทางใดทางหนึ่งในนี้
- "ประหยัดทุกอย่างไว้ก่อน" ตัดทุกรายการเท่ากันหมด บางรายการตัดแล้วกลับเสียหายหนักกว่าเดิม
- "กู้ก้อนใหม่มาโปะก้อนเก่า" เดือนนี้ผ่านไปได้ แต่ถ้าดอกเบี้ยใหม่ไม่ถูกกว่า หนี้รวมก็โตขึ้น
- "รองานใหม่ก่อนค่อยว่ากัน" ระหว่างรอ เงินเก็บลดลงทุกเดือน และไม่มีใครรู้ว่าเหลือเวลาอีกเท่าไร
สามทางนี้ไม่ได้ผิดในตัวมันเองนะ ที่น่าห่วงคือมักลงมือไปก่อนจะรู้ตัวเลขจริงของบ้าน
รู้ก่อนว่าบ้านมีเวลากี่เดือน แล้วค่อยตัดสินใจเรื่องหนี้
รักได้ไม่ต้องจน เล่ม 4: พายุมา ไม่ทิ้งกัน โดย นลิน จิรพงษ์ มีวิธีคำนวณ Burn Rate ไว้ตอบคำถามข้อนี้ตรงๆ เงินที่มีอยู่ตอนนี้พาบ้านไปได้อีกกี่เดือน พอมีตัวเลขนี้ จะตัดรายจ่าย จะโทรหาธนาคาร หรือจะคุยกับคนข้างๆ ก็มีจุดตั้งต้นเดียวกัน
ชอบตรงที่เล่มนี้เขียนมาสำหรับวันที่ไม่ปกติ มีทั้งวิธีคำนวณและบทพูดที่หยิบไปใช้ได้จริง เป้าคือรักษาไว้ให้ได้ทั้งเงินและคนในบ้าน คุณเริ่มได้ตั้งแต่ตอนที่ยังพอมีทางเลือก ไม่ต้องทำทุกอย่างในวันเดียว คืนนี้แค่รู้ตัวเลขตัวแรกก็พอ
อ่านแล้วลองทำตาม คุณจะมีคำตอบให้คำถามพวกนี้
- เงินที่มีอยู่ พาบ้านไปได้อีกกี่เดือน
- รายจ่ายไหนตัดได้ หนี้ก้อนไหนต้องจ่ายก่อน
- ต้องพูดอะไรกับธนาคาร ก่อนถึงวันผิดนัด
หอสมุดแห่งชาติก็มีเล่มนี้อยู่ด้วย และเป็นเล่ม 4 ในซีรีส์ รักได้ไม่ต้องจน
เครื่องมือในเล่ม หยิบใช้ได้ตามสถานการณ์
📖 สิ่งที่คุณจะได้จากเล่มนี้
บทเรียนที่โรงเรียนไม่เคยสอน
คำนวณ Burn Rate
รู้ว่าเงินที่มีอยู่พาบ้านไปได้อีกกี่เดือน ใช้ตั้งแต่คืนแรกที่นั่งลงดูตัวเลขด้วยกัน จะได้วางแผนล่วงหน้าแทนการเดา
เทคนิคเขียว–ตัดทิ้ง
คัดรายจ่ายฟุ่มเฟือยออกได้ชัดขึ้น ลังเลน้อยลง ไว้ใช้ตอนไล่ดูรายจ่ายทีละบรรทัดแล้วไม่รู้ว่าอันไหนควรไป
สคริปต์เจรจาธนาคาร
มีทางรักษาประวัติเครดิตและลดภาระหนี้มากขึ้น ด้วย 3 ประโยคสำคัญที่เตรียมไว้พูดก่อนถึงวันผิดนัดชำระ
คุยเรื่องเงินตอนเครียด
รับมือกับความเครียดของตัวเองก่อน แล้วค่อยคุยเรื่องเงินกับคนรัก เพื่อไม่ให้คุยกันทีไรจบที่ทะเลาะ
Action Plan เมื่อรายได้หาย
รู้ว่าต้องจ่ายอะไรก่อน อะไรรอได้ ไว้เปิดดูวันที่เงินมีจำกัด แต่บิลทุกใบดูด่วนไปหมด
📚 มีในห้องสมุดขององค์กรและสถาบัน
🎯 หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคุณถ้า...
เช็กตัวเองก่อนซื้อ
รายได้ของบ้านเพิ่งลดหรือหายไปแบบไม่ทันตั้งตัว แล้วยังไม่รู้จะเริ่มจับตรงไหนก่อน
มีหนี้หลายก้อน และเริ่มหมุนเงินจากก้อนนี้ไปจ่ายก้อนนั้น
ต้องโทรคุยกับธนาคารหรือเจ้าหนี้ แต่ยังนึกประโยคแรกไม่ออก
💡 อ่านจบแล้วคุณจะ...
จากที่เคยเปิดดูยอดเงินแล้วเครียดโดยไม่รู้จะทำอะไรต่อ คุณจะมีตัวเลขว่าบ้านอยู่ได้อีกกี่เดือน มีลำดับว่าบิลไหนจ่ายก่อน และมีประโยคเตรียมไว้สำหรับโทรหาธนาคาร
เล่มนี้อ่านได้ดีที่สุดตอนเงินเก็บก้อนนั้นยังไม่ถูกแตะ คำนวณ Burn Rate ของบ้านไว้สักคืน แล้วเก็บตัวเลขนั้นไว้กับตัว
🧭 เล่มนี้เน้นอะไร
ลักษณะของเนื้อหา ไม่ใช่คะแนนคุณภาพ
- ใช้จริง
- รู้ทันความเสี่ยง
- ความง่าย
- กลยุทธ์
- เชิงเทคนิค
- มองระยะยาว
แต่ละด้านหมายถึงอะไร?
แถบนี้บอกว่าหนังสือเล่มนี้ให้น้ำหนักกับเรื่องไหนมากหรือน้อย เพื่อช่วยเลือกเล่มที่ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการ แถบสั้นไม่ได้แปลว่าไม่ดี แค่บอกว่าเล่มนี้ไม่ได้เน้นด้านนั้น · ประเมินโดยทีม WealthBalance.co
- ใช้จริง
- — มีขั้นตอนเรื่องเงินที่ลงมือทำได้ทันทีมากแค่ไหน
- รู้ทันความเสี่ยง
- — พูดถึงความเสี่ยง กับดัก และการป้องกันความเสียหายมากแค่ไหน
- ความง่าย
- — เหมาะกับคนที่ไม่มีพื้นฐานการเงินแค่ไหน — ค่าต่ำคือเหมาะกับคนมีพื้นฐานแล้ว
- กลยุทธ์
- — สัดส่วนเนื้อหาเรื่องการวางแผนและตัดสินใจทางการเงินเชิงกลยุทธ์
- เชิงเทคนิค
- — ลงรายละเอียดเครื่องมือ ตัวเลข หรือศัพท์การเงินมากแค่ไหน
- มองระยะยาว
- — เน้นการสร้างความมั่งคั่งระยะยาวมากแค่ไหน เทียบกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
พร้อมเริ่มต้นแล้ว?
รักได้ไม่ต้องจน เล่ม 4 - พายุมา ไม่ทิ้งกัน: วิธีแก้หนี้และบริหารเงินสดในภาวะวิกฤต
โดย นลิน จิรพงษ์ · WealthBalance.co
฿590
📖 อ่านต่อในซีรีส์ รักได้ไม่ต้องจน
📚 หนังสืออื่นในซีรีส์ รักได้ไม่ต้องจน
🔥 คนอ่านเล่มนี้มักอ่านด้วย
หนังสือที่เข้ากันกับ รักได้ไม่ต้องจน เล่ม 4 - พายุมา ไม่ทิ้งกัน






