คุณเคยช่วยคนที่ยิ้มให้ทุกเช้ามาตลอด แต่พอถึงวันที่คุณขอให้เขาช่วยบ้าง เขากลับไม่ว่างทุกทีไหม?
อ่านคนไม่ออก เพราะรอยยิ้มมาถึงก่อนคำขอทุกครั้ง
"ฝากหน่อยนะ ส่วนนี้เธอทำสวยกว่าเราเยอะ" ประโยคนี้มากับกาแฟเย็นหวานน้อย ฝาแก้วเขียนชื่อคุณ เขาจำได้ว่าคุณชอบแบบนี้ สมมติว่าคนพูดคือเพื่อนร่วมทีมที่ทักคุณทุกเช้า สองเดือนมานี้เขาฝากรายงานส่วนของเขามาสามรอบ รอบละราว 5 ชั่วโมง คุณทำหลังเลิกงานทุกรอบ
แล้วก็ถึงสัปดาห์ที่งานคุณล้นโต๊ะ คุณขอให้เขาช่วยตรวจตัวเลขแค่ชั่วโมงเดียว เขายิ้มแบบเดิมเป๊ะ "ช่วงนี้ไม่ไหวจริงๆ ไว้รอบหน้านะ" สองวันต่อมา กาแฟหวานน้อยแก้วใหม่มาวางบนโต๊ะ พร้อมไฟล์ชิ้นที่สี่ คุณรับไว้อีก แล้วนั่งงงกับตัวเองว่าปฏิเสธไม่ออกได้ยังไง
นอกออฟฟิศก็มี เพื่อนที่คบกันมาสิบปียืมเงินไป 20,000 บาท บอกสามเดือนคืน ผ่านมาแปดเดือน เพิ่งได้คืน 5,000 เจอกันทีไรเขายังกอดคอชวนกินหมูกระทะ ส่วนคุณนั่งยิ้มไปพลาง รู้สึกผิดถ้าจะทวง แปลกดีที่คนรู้สึกผิดกลับเป็นคุณ
เช็กตัวเองดูสักนิด ช่วงนี้มีข้อไหนตรงบ้าง
- ปากตอบว่าได้ไปก่อน แล้วค่อยมาเสียดายเวลาตอนสามทุ่ม
- รู้สึกแปลกๆ กับใครบางคน แต่ชี้ไม่ได้ว่าแปลกตรงไหน
- หงุดหงิดคนที่พูดตรงใส่ ทั้งที่เรื่องที่เขาพูดก็จริง
- ก่อนนอนยังถามตัวเองวนไปว่าคิดมากไปเองหรือเปล่า
ราคาของการมองแค่หน้ากาก คือเปิดประตูให้ผิดคน
หลายครั้งคนที่เราค่อยๆ ปิดประตูใส่ คือคนเดียวที่ยอมพูดความจริงกับเราตรงๆ
15 ชั่วโมงกับเงิน 15,000 บาท ยังพอนับได้ ที่นับไม่ได้คือความเชื่อในสายตาตัวเอง โดนบ่อยเข้า บางคนระแวงทุกคนที่มาดีด้วย บางคนเหนื่อยจนเลิกดู ที่ทำให้นอนไม่หลับจริงๆ มักไม่ใช่เงินก้อนนั้นหรอก แต่เป็นคำถามว่า ต่อไปจะเชื่อใครได้อีก
แล้วคนที่พูดไม่หวานล่ะ เพื่อนที่ทักว่า "แกโดนใช้อยู่นะ รู้ตัวไหม" หรือหัวหน้าที่ติงานตรงๆ คนกลุ่มนี้มักโดนจัดไว้ในช่องคนน่าอึดอัด แล้วเราก็ถอยห่างเอง กว่าจะรู้ว่าบางคนในช่องนั้นยืนข้างคุณมาตั้งนาน เขาก็เลิกทักไปแล้ว
คุณอ่านคนพลาด เพราะไม่มีใครสอนให้ดูข้างหลังรอยยิ้ม
คุณไม่ได้มองคนไม่เป็น ไม่ได้อ่อนต่อโลกด้วย ตั้งแต่เด็กเราถูกสอนให้ดูคนที่มารยาทกับคำพูด ซึ่งเป็นส่วนที่ใครก็เลือกโชว์ได้ แต่แทบไม่มีใครสอนให้ถามต่ออีกข้อ ว่าเขาอยากได้อะไรจากเรื่องนี้ ช่องว่างอยู่ตรงนี้เอง
คนที่ยิ้มเข้าหาคุณก็ไม่ได้ร้ายทุกคน หลายคนแค่อยากให้งานตัวเองทันส่ง หรืออยากให้เรื่องเงินค้างเงียบไปเอง แล้วพบว่าความเป็นมิตรช่วยให้ขอได้ง่ายขึ้นเยอะ คุณเองก็มีหน้ากากเหมือนกันนะ ลองนึกถึงครั้งล่าสุดที่ในใจอยากส่ายหน้า แต่ปากยิ้มรับงานไปแล้ว
ต่างคนต่างใส่หน้ากากแบบนี้ สีหน้ากับคำพูดก็แทบบอกอะไรไม่ได้ ที่บอกได้มากกว่าคือ แรงจูงใจ ข้างหลัง ใครได้อะไร แล้วได้ตอนไหน ลองถามสองข้อนี้ก่อนตอบว่าได้สักครั้ง
ทำไมวิธีดูคนแบบเดิมๆ ถึงพลาดซ้ำที่เดิม
โดนมาสักรอบ เรามักหันไปพึ่งวิธีพวกนี้
- "ดูไปนานๆ เดี๋ยวก็รู้เอง" รู้จริง แต่มักรู้ตอนเวลากับเงินหายไปแล้ว
- "ไม่ไว้ใจใครเลยดีกว่า" กันคนมาเอาได้ก็จริง แต่คนหวังดีก็โดนกันออกไปด้วย
- "เชื่อสัญชาตญาณไว้ก่อน" บางทีก็แม่น แต่สัญชาตญาณแพ้ทางคนพูดเก่งยิ้มเก่งอยู่บ่อยๆ
วิธีที่สองนี่เสียดายแทนจริงๆ คนที่จะเตือนคุณครั้งหน้าโดนกันไว้ข้างนอกด้วย ทุกวิธียังดูแค่ของที่เขาโชว์ ไม่มีวิธีไหนถามว่าเขาได้อะไร
ลอกคราบทีละชั้น จนเห็นแรงจูงใจหลังรอยยิ้ม
วิถีมนุษย์ เล่ม 2: ลอกคราบ ของ หลินโม่ เป็นคู่มืออ่านคนที่ชวนมองทะลุหน้ากาก ไปถึงสิ่งที่ผลักรอยยิ้มหรือคำขอนั้นอยู่ สายตาแบบนี้ควรเอาไว้กันตัว ให้ รู้ทันและไม่เสียเปรียบ ไม่ได้มีไว้หลอกใช้ใคร
เล่มนี้พาคุณมองสองทาง ทางแรกคือคนตรงหน้า มองผ่านคำหวานไปถึงสิ่งที่เขาอยากได้ ทางที่สองคือหน้ากากที่คุณใส่ไว้กันตัวเอง แล้วเลือกเองว่าเรื่องไหนควรถอด ทางที่สองนี่แหละที่ยากกว่า
ของที่ได้ติดมือไป
- วิธีมองแรงจูงใจหลังรอยยิ้มและคำขอ ก่อนจะตอบว่าได้
- สายตาที่แยกว่าใครควรอยู่ใกล้ ใครควรห่างอีกนิด
- เงื่อนไขการคบหาที่คุณตั้งเอง แทนที่จะยอมเพราะเกรงใจ
ลอกคราบเป็นเล่มสองของซีรีส์วิถีมนุษย์ และมีอยู่ในหอสมุดแห่งชาติด้วย
สรุปสั้นๆ ว่าได้อะไรกลับไปบ้าง
📖 สิ่งที่คุณจะได้จากเล่มนี้
บทเรียนที่โรงเรียนไม่เคยสอน
อ่านแรงจูงใจหลังการกระทำ
รู้ก่อนว่ารอยยิ้มหรือคำขอตรงหน้ามีเงื่อนไขอะไรพ่วงมา ไม่ต้องรอให้เสียเวลาหรือเสียเงินไปก่อนแล้วค่อยรู้
คัดกรองคนที่เข้ามาเอาเปรียบ
ดูออกว่าควรถอยห่างแค่ไหน ตอนมีคนพูดหวานมาขอเรื่องเดิมเป็นรอบที่สาม ต่อให้รอยยิ้มเขาดูจริงใจแค่ไหนก็ตาม
ถอดรหัสหน้ากากของตัวเอง
เห็นว่าตัวเองยิ้มรับเพราะเคยชินตรงไหนบ้าง แล้วเลือกได้ว่าวงไหนควรถอด วงไหนใส่ต่อได้อย่างสบายใจ
ตั้งเงื่อนไขการคบหาเอง
ความสัมพันธ์นี้จะให้และรับกันแค่ไหน คุณเป็นคนบอกเอง ไม่ต้องรับปากเพราะรู้สึกผิดอีก ใช้ได้ทั้งกับเพื่อนร่วมงานและเพื่อนที่ยังค้างเงินคุณอยู่
📚 มีในห้องสมุดขององค์กรและสถาบัน
🎯 หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคุณถ้า...
เช็กตัวเองก่อนซื้อ
คุณเพิ่งโดนคนใกล้ตัวเอาเปรียบในนามของความหวังดี แล้วยังนึกไม่ออกว่าพลาดตรงไหน
งานของคุณต้องเจอคนเยอะทุกวัน และต้องเลือกบ่อยๆ ว่าจะรับปากใคร จะเชื่อคำพูดใคร
คุณยิ้มรับทั้งที่อยากปฏิเสธมานานจนชิน และอยากเลิกโดยไม่ต้องเสียเพื่อนหรือเสียเปรียบ
💡 อ่านจบแล้วคุณจะ...
จากที่เคยตอบตกลงทันทีที่มีคนยิ้มมาขอ คุณจะมีคำถามหนึ่งข้อไว้ถามในใจก่อนว่าเขาได้อะไรจากเรื่องนี้ กับเงื่อนไขของตัวเองที่พร้อมพูดออกไป
เปิดลอกคราบคืนนี้ แล้วพรุ่งนี้ลองทักเพื่อนคนที่เคยบอกว่า "แกโดนใช้อยู่นะ" กลับไปสักข้อความ
🧭 เล่มนี้เน้นอะไร
ลักษณะของเนื้อหา ไม่ใช่คะแนนคุณภาพ
- อ่านคน
- จิตวิทยา
- ใช้จริง
- ความลึก
- ความเข้ม
- กลยุทธ์
แต่ละด้านหมายถึงอะไร?
แถบนี้บอกว่าหนังสือเล่มนี้ให้น้ำหนักกับเรื่องไหนมากหรือน้อย เพื่อช่วยเลือกเล่มที่ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการ แถบสั้นไม่ได้แปลว่าไม่ดี แค่บอกว่าเล่มนี้ไม่ได้เน้นด้านนั้น · ประเมินโดยทีม WealthBalance.co
- อ่านคน
- — เนื้อหาช่วยให้เข้าใจพฤติกรรม แรงจูงใจ และเจตนาของคนรอบตัวได้มากแค่ไหน
- จิตวิทยา
- — ความเข้มข้นของมุมมองด้านจิตวิทยาและพฤติกรรมมนุษย์ที่ใช้อธิบายเรื่องราว
- ใช้จริง
- — นำแนวคิดไปใช้กับชีวิตจริงหรือที่ทำงานได้ทันทีมากน้อยแค่ไหน
- ความลึก
- — ระดับความลึกในการวิเคราะห์มนุษย์และสถานการณ์ — ค่าต่ำคืออ่านเข้าใจเร็ว ค่าสูงคือชวนคิดต่อ
- ความเข้ม
- — ความเข้มของเนื้อหา เช่น เกมอำนาจ ความขัดแย้ง ด้านมืดของมนุษย์ — ค่าต่ำคืออ่านเบา ไม่ใช่ด้อยกว่า
- กลยุทธ์
- — สัดส่วนเนื้อหาเรื่องการวางเกม การตัดสินใจ และการรับมือสถานการณ์ระหว่างคน
พร้อมเริ่มต้นแล้ว?
วิถีมนุษย์ เล่ม 2: ลอกคราบ - ภายใต้รอยยิ้มแสนดี... มีมีดกี่เล่มซ่อนอยู่?
โดย หลินโม่ · WealthBalance.co
฿390
📖 อ่านต่อในซีรีส์ วิถีมนุษย์
📚 หนังสืออื่นในซีรีส์ วิถีมนุษย์

วิถีมนุษย์ เล่ม 1: คมมนุษย์ - คู่มืออ่านคนและเอาชีวิตรอดในป่าคอนกรีต
฿390

วิถีมนุษย์ เล่ม 3 เหนือเหลี่ยม: เลิกฟาดฟันในเกมการเมืององค์กร แล้วชนะจากเหนือเกม
฿390

วิถีมนุษย์ เล่ม 4 ลิ้นมังกร: ศาสตร์การพูดให้คนฟัง จับจังหวะและน้ำหนักคำ ไม่ให้คำพูดกลับมาทิ่มตัวเอง
฿390

วิถีมนุษย์ เล่ม 5: หน้ากากใจ - อาวุธที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ปืนหรือมีด... แต่คือ "ความหวังดี" ที่ใช้กักขังคุณ
฿390
🔥 คนอ่านเล่มนี้มักอ่านด้วย
หนังสือที่เข้ากันกับ วิถีมนุษย์ เล่ม 2



