ห้องประชุมเงียบไปสามวินาที หลังจากคุณพูดสิ่งที่ทุกคนในห้องคิดอยู่แต่ไม่มีใครกล้าพูด ว่าแผนนี้มันไปไม่รอด คุณพูดถูกทุกคำ แต่คืนนั้นคุณขับรถกลับบ้านพร้อมความรู้สึกคุ้นๆ ว่าตัวเองกลายเป็นคนผิดอีกแล้ว ถ้าฉากนี้คุ้น คุณอาจเป็นคนเกิดวันอังคาร หรือกำลังใช้ชีวิตอยู่กับใครสักคนที่เป็น
นิสัยคนเกิดวันอังคารที่คนพูดถึงกันมากที่สุดคือคำว่า ตรง ดุ ใจร้อน แต่คำพวกนี้มันผิวเผินไป สิ่งที่คนอังคารมีจริงๆ คือของหายากในโลกที่เต็มไปด้วยคนพูดเอาใจ นั่นคือความกล้าพูดความจริงในวันที่ความจริงมันไม่น่าฟัง ปัญหาไม่เคยอยู่ที่ความจริง มันอยู่ที่จังหวะและน้ำเสียงตอนที่ความจริงนั้นหลุดออกมา
ของดีที่คนอื่นแอบอยากมี แต่ไม่กล้าเป็น
ในองค์กรที่เต็มไปด้วยคนพยักหน้าเห็นด้วยทุกเรื่อง คนที่กล้าค้านคือคนที่เจ้านายแอบไว้ใจให้คุมเงิน เพราะรู้ว่าถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล คนคนนี้จะพูด ไม่ใช่กลบ เพื่อนที่เป็นคนอังคารคือเพื่อนที่เตือนคุณก่อนคุณจะพลาด ไม่ใช่คนที่ปรบมือให้ตอนคุณกำลังเดินลงเหว
นี่คือจุดที่คนมองข้าม ความน่าเชื่อถือของคนเกิดวันอังคารไม่ได้มาจากการพูดเก่งหรือพูดหวาน มันมาจากการที่คำพูดของเขาเชื่อได้ เขาชมก็คือชมจริง ติก็คือติจริง ไม่มีวาระซ่อน คนแบบนี้หายากขึ้นทุกวัน และในระยะยาวคนแบบนี้แหละที่คนเลือกให้เป็นหัวหน้า
แต่ความจริงที่ไม่มีปลอก มันบาดมือคนถือก่อนเสมอ
ชอบบทความแบบนี้? ติดตามเพิ่มเติมบน Line OA
บทความใหม่ · หนังสือแนะนำ · โปรโมชั่น
จุดพังของคนอังคารไม่ใช่การพูดความจริง แต่คือการเข้าใจผิดว่า พูดความจริง กับ พูดทุกอย่างที่คิดในหัวทันทีตอนที่ยังร้อน เป็นเรื่องเดียวกัน คุณจับผิดกลางที่ประชุมทั้งที่รอคุยหลังไมค์ก็ได้ คุณสวนกลับด้วยอารมณ์ในวินาทีที่เลือดยังขึ้นหน้า แล้วคำที่หลุดไปมันเรียกคืนไม่ได้
เพื่อนร่วมงานเสนอไอเดียที่คุณเห็นตั้งแต่แรกว่าไม่รอด คุณบอกกลางวงว่า อันนี้ไม่เวิร์กหรอก ทำไปก็เสียเวลา ถูกทุกคำ แต่จบเลย เพราะสิ่งที่เขาจำได้ไม่ใช่ว่าคุณพูดถูก เขาจำได้แค่ว่าคุณทำให้เขาขายหน้าต่อหน้าคนทั้งห้อง คราวหน้าเขาจะไม่ฟังคุณ ไม่ใช่เพราะคุณผิด แต่เพราะคุณปิดประตูไปเองตั้งแต่คำแรก
และราคาที่แพงจริงๆ ไม่ได้จบแค่เพื่อนงอน มันตามมาถึงเงินในบัญชี ลาออกกลางอารมณ์ทั้งที่ยังไม่มีงานใหม่รองรับ ปิดดีลไม่ได้เพราะเผลอตอกลูกค้าว่าคิดผิด ทะเลาะกับหุ้นส่วนจนธุรกิจแตกเพราะไม่มีใครยอมถอยสักคน การตัดสินใจที่คนอังคารหลายคนเสียใจที่สุดในชีวิตการงาน มักเกิดขึ้นในนาทีที่กำลังโมโหทั้งนั้น
ปากเร็วกว่าความคิด และมันไม่ใช่ความผิดของคุณ
ก่อนจะโทษตัวเองว่าเป็นคนแย่ ฟังนี่ก่อน สมองส่วนอารมณ์ทำงานไวกว่าสมองส่วนที่ใช้ยับยั้งชั่งใจ งานวิจัยด้าน neuroscience บอกว่าสัญญาณอารมณ์ (amygdala) จุดติดก่อนสมองส่วนหน้าจะทันรู้ตัวด้วยซ้ำ คนที่ความรู้สึกแรงแบบคนอังคาร ช่องว่างระหว่าง รู้สึก กับ พูดออกไป มันสั้นจนแทบไม่มี คุณเลยพูดจบไปแล้วก่อนที่สติจะตามมาเบรกทัน
ข่าวดีคือช่องว่างนี้ยืดให้ยาวขึ้นได้ และไม่ต้องแลกด้วยการกลายเป็นคนอ้อมค้อมที่คุณเกลียด คุณแค่ต้องติดเบรกให้ปาก ไม่ใช่ถอดเครื่องยนต์ทิ้ง
ติดเบรกให้ปาก โดยไม่ต้องกลายเป็นคนอ้อม
อย่างแรก กฎหกวินาที พอรู้สึกว่ากำลังจะพูดอะไรแรงๆ หายใจเข้าลึกหนึ่งครั้งก่อนเปิดปาก แค่นั้น หกวินาทีนั้นคือเวลาที่สติตามทันอารมณ์พอดี เนื้อที่คุณจะพูดยังเหมือนเดิมเป๊ะ แค่ห่อใหม่ จาก อันนี้ไม่เวิร์กหรอก กลายเป็น ไอเดียนี้มีจุดที่ผมห่วงอยู่เรื่องนึง ขอแลกเปลี่ยนได้ไหม ความจริงเท่าเดิม แต่ประตูยังเปิดค้างไว้
อย่างที่สอง แยกเวทีให้ถูก คำชมพูดกลางวงได้เต็มที่ แต่คำติเก็บไว้คุยตัวต่อตัวเสมอ กฎข้อเดียวนี้รักษาทั้งความจริงของคุณและหน้าตาของคนฟังไว้พร้อมกัน คนอังคารที่โตขึ้นไม่ได้พูดตรงน้อยลง เขาแค่รู้แล้วว่าความจริงคำเดียวกัน พูดที่หนึ่งคือของขวัญ พูดอีกที่หนึ่งคือระเบิด
คนเกิดวันอังคารที่โตขึ้นไม่ใช่คนที่เงียบลงหรือยอมคนมากขึ้น เขายังพูดตรงเหมือนเดิมทุกคำ เขาแค่เป็นคนเลือกเองว่าจะลั่นไกตอนไหน ไม่ปล่อยให้อารมณ์เลือกแทน และนั่นคือเส้นบางๆ ที่แยกคนที่คนอื่นกลัว ออกจากคนที่คนอื่นเคารพ
อ่านต่อในหมวดจิตวิทยา
มีบทความอื่นน่าสนใจรออยู่อีกเยอะ




